Go to home www.savethemekong.org
English  Chinese  Burmese  Lao  Thai  Khmer  Vietnamese 
News and update :
19 Sep 2014 :

ໄທແລະກັມພູຊາຮຽກຮ້ອງ ຢຸດ ເຂື່ອນ ດອນສະໂຮງ

ຜູ່ຕາງໜ້າ ຊາວປະມົງ ລຸ່ມ ແມ່ນ້ຳຂອງ ຈາກ ປະເທດໄທ ແລະ ກັມພ ..
Key issues :
Dam Locations and Status
Fisheries, Food Security and Livelihoods
Biodiversity
Mekong Mainstream Dams in China
Better Energy Solutions
Actions to Date
Mekong River Commission and Mekong region donors
About Save the Mekong Coalition
Link :
TEAR Australia
Rivers Coalition in Cambodia
Towards Ecological Recovery and Regional Alliance (TERRA)
International Rivers
Oxfam Australia
Center for Water Resources Conservation and Development (WARECOD)
About Us :
Save the Mekong coalition brings together non-government organizations, local people, academics, journalists, artists and ordinary people from within the Mekong countries and internationally. Save the Mekong coalition urges the Mekong governments to keep the Mekong flowing freely to save this critical source of food, income and life for present and future generations.
Home :
 
News and update :

01 09 2012 : :

จุดบรรจบของปลา และเขื่อน ในลำน้ำโขง

[2012-08-31] เนชั่นสุดสัปดาห์ ชาวบ้านเมืองโขงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าในฤดูหาปลาปีนี้ จับปลาได้น้อยกว่าปีก่อนๆมาก เพราะระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่ขึ้น-ลงรวดเร็ว ประกอบกับปีนี้มีน้ำน้อย ทำให้รายได้สำคัญประจำปีของพวกเขาหดหายไปเกือบครึ่ง

 เมืองโขงอยู่ในแขวงจำปาสักทางตอนใต้ของสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชน(สปป.)ลาว ซึ่งมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นเลือดสำคัญในการหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวบ้านมายาวนาน

 แม่น้ำโขงในช่วงที่ไหลผ่านเมืองโขง หรือ สีพันดอน มีความกว้างใหญ่ไพศาล จากฝั่งถึงฝั่งกินความยาวกว่า 12 กิโลเมตร และมีปริมาณน้ำที่มากโดยเฉพาะฤดูฝนซึ่งเป็นช่วงหาปลาประจำปี เพราะได้รับการเติมเต็มจากน้ำในแม่น้ำสาขา อาทิ แม่น้ำมูน น้ำสงคราม จากฝั่งไทย แม่น้ำอู แม่น้ำซัน แม่น้ำเซบังไฟ ในลาว ประกอบกับพื้นที่นี้เป็นที่ราบลุ่มกว้างใหญ่ที่เกิดจากการยุบตัวของแผ่นหิน ทำให้เกิดเกาะแก่งมากมาย รวมทั้งน้ำตกสวยงามอย่างหลี่ผี และคอนพะเพ็ง

เมืองโขงเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ใหญ่ของปลาแม่น้ำโขง เนื่องจากมีระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยโดยเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่เชื่อมร้อยสู่เมืองสตรึงเตรง หรือ เซียงแตง ในกัมพูชา ลงไปจรดทะเลสาบเขมรที่เป็นแหล่งปลาที่ใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำโขง เพราะฉะนั้นถ้าจะกล่าวว่าบริเวณตั้งแต่เมืองโขงไปจนถึงทะเลสาบเขมรเปรียบเสมือนมดลูกของแม่น้ำสายนี้ ก็คงไม่ไกลห่างข้อเท็จจริงมากนัก

World Fish Centre ซึ่งมีสำนักงานที่พนมเปญ ระบุว่าบริเวณนี้แม่น้ำโขงลดระดับประมาณ 20-30 เมตร จากที่ราบสูงโคราช สู่ที่ราบแม่น้ำโขง แม่น้ำในบริเวณนี้แยกออกเป็นสายต่างๆ หรือที่เรียกว่า ฮู ในภาษาลาว พบพันธุ์ปลาอย่างน้อย 201 ชนิดในบริเวณดังกล่าว รวมทั้งปลาบึก และโลมาอิรวดี การศึกษาของผู้เชี่ยวชาญระบุว่าพันธุ์ปลาแม่น้ำโขงกว่าร้อยละ 70 เป็นปลาอพยพทางไกล จากทางตอนล่างของลุ่มน้ำสู่ทางตอนบน โดยมีระดับน้ำตามฤดูกาล และระบบนิเวศ ที่เป็นสิ่งเอื้ออำนวยแก่การอพยพและขยายพันธุ์ปลาแม่น้ำโขง

ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่แถบนี้ยังมีภาพสะท้อนด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ อาทิ นครวัด นครธม ปราสาทหินวัดพู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองสูงสุดในอดีต

แต่การพัฒนายุคใหม่กลับไม่สนใจเรื่องนิเวศ-วัฒนธรรมใดๆ ปัจจุบันมีโครงการสร้างเขื่อนและสิ่งปลูกสร้างกั้นลำน้ำในแถบเมืองหลวงของปลาน้ำโขงนี้ 6 แห่ง จากจำนวนทั้งหมด 12 โครงการในตลอดลำน้ำโขงตอนล่าง โดย 6 แห่งนี้ประกอบด้วย 1.เขื่อนบ้านกุ่ม ชายแดนไทย-ลาวด้านจังหวัดอุบลราชธานี แม้ระยะหลังโครงการนี้จะดูเงียบไปเพราะถูกต่อต้านอย่างหนักจากฝั่งไทย แต่โครงการนี้พร้อมผุดขึ้นทุกเมื่อ หากเงื่อนไขต่างๆพร้อม 2.เขื่อนลาดเสือ ห่างจากปากมูน ที่อ.โขงเจียม ลงไปในเขตแดนลาวเพียงไม่กี่กิโลเมตร ซึ่งมีบริษัทเจริญเอนเนอร์ยีแอนด์วอเตอร์ของไทย เป็นผู้พัฒนาโครงการ 3.โรงไฟฟ้าท่าค้อ ของบริษัท CNR จากฝรั่งเศส เป็นโครงการที่ขุดร่องน้ำ เหนือน้ำตกคอนพะเพ็ง เพื่อผันน้ำโขงอ้อมน้ำตกไปปั่นไฟฟ้า และกลับคืนสู่แม่น้ำโขงที่ท้ายน้ำตก 4.เขื่อนดอนสะโฮง กั้นฮูสะโฮง มีขนาด 240 เมกกะวัตต์ 5.เขื่อนสตึงเตรง ในเขตจังหวัดสตึงเตรง กัมพูชา โดยบริษัทของเวียดนาม ได้สิทธิพัฒนาโครงการ สุดท้ายแห่งที่ 6.เขื่อนซำบอ โครงการเขื่อนยักษ์ขนาดใหญ่กว่า 4 กิโลเมตร พาดกลางแม่น้ำโขงที่จังหวัดกระเจะ มีกำลังผลิต 2600 เมกกะวัตต์ ของบริษัทไซโนไฮโดร ยักษ์ใหญ่ด้านเขื่อนจากจีน

ข้อมูลเขื่อนเหล่านี้ไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะสถานการณ์และความคืบหน้าของโครงการเขื่อนแต่ละแห่ง ตลอดจนผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อแม่น้ำโขง ซึ่งระหว่างวันที่ 22-26 สิงหาคมที่ผ่านมา สื่อมวลชนไทยกลุ่มหนึ่งโดยการสนับสนุนของโครงการสื่อสารสุขภาวะผลกระทบข้ามแดน จึงได้เดินทางสำรวจพื้นที่แม่น้ำโขงตามดอนต่างๆของเมืองโขง ประเทศลาวไปจนถึงเมืองสตึงเตรง ในกัมพูชา เพื่อสืบค้นข้อเท็จจริงจากในพื้นที่

“ปีนี้ชาวบ้านจับปลากันได้ไม่มาก เพราะน้ำน้อยกว่าปีก่อนๆ แถมยังขึ้นเร็ว ลงเร็ว” แม่ค้าปลารายหนึ่งในตลาดนากะสัง ซึ่งเป็นตลาดที่รับซื้อปลาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองโขง บอกถึงสถานการณ์ไม่สู้ดีของชาวบ้าน เพราะคนเมืองโขงส่วนใหญ่มีรายได้จากการหาปลา โดยเฉพาะในช่วงฤดูจับปลาประจำปีคือต้นฝนราวเดือนพฤษภาคม ซึ่งน้ำแรกเริ่มมาถึงพร้อมกับฝูงปลาจำนวนมหาศาลที่ว่ายทวนน้ำขึ้นมา

นอกจากการใช้เครื่องมือทั่วๆไป ประเภทแห อวน เบ็ด ในการจับปลาแล้ว ที่นี่ยังมีการสร้าง หลี่ ซึ่งเป็นเครื่องมือขนาดใหญ่สำหรับดักปลาในฮูที่น้ำไหลแรง โดยในแต่ละปีเจ้าของหลี่สามารถจับปลาได้หลายตัน สร้างรายได้นับแสนบาท นอกจากนี้หลี่ยังนำมาซึ่งความร่วมมือระหว่างคนในครอบครัวและคนในชุมชน เพราะเครื่องมีขนาดใหญ่ที่ต้องช่วยกันตั้งแต่การทำการซ่อมไปยันจัดเวรยามในช่วงปลาลงหลี่

แม่ค้าปลารายนี้เชื่อว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้น้ำขึ้น-ลงเร็วเพราะเขื่อนจากประเทศจีน ทำให้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเกิดความผิดปกตินั่นคือบางปีก็แล้งจัด บางปีน้ำก็ท่วมมากล้น

เมื่อถามถึงโครงการสร้างเขื่อนในย่านนี้ เธอแสดงความหนักใจ แต่ก็พูดอะไรไม่ได้มากเนื่องจากตามโครงสร้างการปกครองของลาวนั้น จำกัดให้ประชาชนเชื่อในผู้บริหารประเทศ หากใครคัดค้านโครงการของรัฐอาจถูกเชิญไปสัมมนา(ติดคุก)ได้

เช่นเดียวกับครอบครัวของอ้ายแก้วและเพื่อนบ้านบนดอนสะโฮงที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าปีนี้หาปลาได้น้อย แต่ก็ยังพอหาได้ ขณะนี้คนบนดอนสะโฮงกำลังเป็นทุกข์เนื่องจากทางการประกาศห้ามจับปลาโดยใช้หลี่ในปี 2014 ทั้งๆที่หลี่ เป็นมรดกของตระกูลหลายชั่วอายุคน เป็นหลักประกันรายได้ที่มั่นคงแก่ครอบครัวในทุกปี

ดอนสะโฮง เป็นเกาะกลางลำน้ำโขงที่อยู่ติดกับชายแดนกัมพูชา บริเวณดังกล่าวมีช่องน้ำ “ฮูสะโฮง” ไหลเชี่ยวซึ่งรัฐบาลลาวมีโครงการสร้างเขื่อนปิดช่องน้ำแห่งนี้โดยมีบริษัทเมกะเฟิร์สของมาเลเซียเป็นผู้ได้รับสัมปทาน แม้จะเป็นเขื่อนขนาดเพียง 240 เมกกะวัตต์ แต่โครงการเขื่อนดอนสะโฮง กลับเป็นที่จับตามานับตั้งแต่มีการเสนอโครงการเมื่อหลายปีก่อน เนื่องจากหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะมีผลกระทบรุนแรง

งานศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 28 ชิ้น ระบุตรงกันว่าฮูสะโฮง เป็นเหมือน “คอขวด” สำหรับการอพยพของปลาแม่น้ำโขงจากกัมพูชาสู่ลาว จุดสร้างเขื่อนดอนสะโฮงจึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ของการอพยพของปลา งานเขียนของคณะกรรมการแม่น้ำโขง (MRC) ชิ้นหนึ่ง บรรยายว่า “ในช่วงเมษายน ฝูงปลาฝูงแรกจากเขมรก็ว่ายมาถึง ฮูสะโฮงป็นเพียงช่องเดียวที่ปลาสามารถว่ายผ่านไปได้ในช่วงฤดูแล้ง ช่องอื่นๆ นั้นเป็นน้ำตกใหญ่ที่ปลาไม่สามารถว่ายผ่านไปได้ ช่องทาง 7 กิโลเมตรนี้เป็นเส้นทางที่ปลาจากเขมรอพยพขึ้นสู่แม่น้ำโขงตอนบน”

ความงดงามและความอุดมสมบูรณ์ของสีพันดอนกำลังถูกกล้ำกรายจากโครงการขนาดใหญ่ที่ผู้บริหารประเทศในอาเซียนต่างยกให้เป็นแบบอย่างของการพัฒนา

“ตอนนี้โครงการสร้างเขื่อนกำลังดำเนินอยู่ เขามาสำรวจและวางเสาหมุดไว้หมดแล้ว และบอกว่าจะเจาะรูแห่งใหม่ให้ปลาขึ้น” ชาวประมงดอนสะโฮงเล่าอย่างกังวลใจ ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอนต้องเตรียมตัวย้ายออกไปยังแปลงอพยพที่อยู่ห่างจากแม่น้ำโขงออกไปไกล ทำให้หลายคนหวั่นเรื่องปากท้อง หากเกิดเขื่อนขึ้นจริง

“ยังไม่รู้ว่าจะไปทำมาหากินอะไร เพราะทั้งชีวิตก็ได้แต่หาปลา เขาไม่เคยพูดถึงค่าชดเชยเลย แต่ถ้าให้เลือก เราก็ไม่อยากไปไหน”ชาวประมงมีท่าทีเหนื่อยหน่าย เช่นเดียวกับชาวบ้านบนดอนสะโฮง 70 ครอบครัว ที่ต่างกังวลใจในอนาคตของตัวเอง

ล่องจากดอนสะโฮง เลาะเรียบตามลำน้ำโขงไปทางใต้ คือ หมู่บ้านโอสวาย เมืองสตึงเตรงของกัมพูชา ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านต่างก็รู้สึกกังวลใจเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนฮูสะโฮงและเขื่อนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเช่นเดียวกัน เพราะเชื่อว่าจะกระทบต่อการหาปลาและวิถีชีวิตของพวกเขาแน่นอน

“พวกเราทำนา 6 เดือน หาปลา 6 เดือน แต่ตอนนี้เริ่มมีสิ่งผิดปกติ น้ำในห้วยแห้งจนทำนาไม่ได้เหมือนเดิม แถมยังเกิดดินถล่มตามชายฝั่งจนปลาแทบไม่มีที่อยู่”นายกง จันที สะท้อนปัญหาที่พวกเขารู้สึกกังวล ซึ่งที่ผ่านมาชาวบ้านในหมู่บ้านนี้เคยรณรงค์คัดค้านโครงการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำเซซานซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง “ผมเชื่อว่าหากมีการสร้างเขื่อนในย่านนี้ พวกเราคงอยู่กันอย่างลำบาก”

หมู่บ้านโอสวายอยู่ระหว่างเมืองโขงและทะเลสาบเขมรจึงถือว่าเป็นเส้นทางผ่านของปลาที่สำคัญ นอกจากนี้เวิ้งน้ำของแม่น้ำโขงในบริเวณแนวตะเข็บชายแดนลาว-กัมพูชายังเป็นที่อาศัยของปลาข่า หรือปลาโลมาอิรวดี ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมชมจำนวนมาก

“พวกเราเชื่อว่าปลาจำนวนมากต้องสูญพันธุ์แน่หากมีการสร้างเขื่อนฮูสะโฮง แม้แต่ปลาข่าก็อยู่ไม่ได้ เพราะปลาไม่สามารถอพยพได้เหมือนเดิม พวกเราก็คงอยู่ไม่ได้ เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ตามดอนต่างก็หาเลี้ยงชีพด้วยการจับปลา” นายกง และชาวบ้านต่างรู้สึกวิตก

ขณะนี้ชาวบ้านตั้งแต่เมืองโขง เรื่อยลงมายันถึงสตรึงเตร็ง ต่างมีความรู้สึกเดียวกันเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนที่รายล้อมไปทั่วผืนน้ำที่พวกเขาอยู่มาหลายชั่วอายุคน แต่กลับไม่มีข้อมูลหรือคำตอบใดๆที่ส่งผ่านไปถึงพวกเขาแต่อย่างใด

ทุกวันนี้ผู้บริหารในย่านนี้ต่างพูดถึงความร่วมมือและการรวมตัวเป็นเขตเศรษฐกิจอาเซียน และพากันแบ่งเค้กตักตวงทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่เคยใส่ใจชุมชนท้องถิ่นของอาเซียน

จะมีความหมายอะไรหากแม่น้ำโขงซึ่งเป็นดั่งเส้นเลือดของภูมิภาคกลับถูกปู้ยี้ปู้ยำโดยไม่มีใครพูดถึงหรือเข้าใจความทุกข์ร้อนของชุมชนดั้งเดิมเลย.
 

เขียนโดย: โลมาอิรวดี 

 
Go to home
For further information, please contact info@savethemekong.org